JEN. PISAN: CHIN PENG SEORANG MANUSIA YANG PENUH BUDI PEKERTI, BELAS KASIHAN DAN MESRA



(Isi Pokok Ucapan Jen. Pisan Wattanawongkiri di Depan Upacara Pembakaran Jenazah Mendiang Chin Peng)
 


Saya berucap atas nama rakan-rakan saya. Sebabnya ialah kerana mendiang pernah tinggal di rumah saya selama 20 tahun, bahkan daftar penduduk mendiang pun berada dalam daftar penduduk keluarga saya. Saya dan mendiang seakan-akan satu keluarga. Saya berasa amat berbesar hati, kerana nama orang-orang yang selalu disebut oleh Chin Peng, pertama-tama ialah Jen. Chaovalit Yongchaiyuth, kedua ialah Jen. Datok Kitti Ratanachaya, yang ketiga ialah Jen. Pravit Wongsuwan dan yang keempat ialah Jen. Chamlong Kunsong. Selama 20 tahun ini, Chin Peng tidak pernah melupakan keempat-empat jeneral ini. 

Semasa tinggal di rumah saya, mendiang seakan-akan datuk anak saya, ataupun moyang cucu saya. Mendiang pernah berulang-ulang berkata kepada saya, bahawa walaupun hanya mampu berbuat setara ini, tapi mendiang bangga telah berusaha sedapat mungkin. Harini, saya amat gembira dapat berjumpa dengan 4 orang jeneral yang selalu disebut-sebut mendiang selama 20 tahun ini. Mendiang selalu memuji Jen. Chaovalit Yongchaiyuth dan meminta saya membawa mendiang melawat beliau. Manakala Jen. Chaovalit Yongchaiyuth pula telah memberikan berbagai bantuan dan prihatin kepada mendiang, sama seperti sahabat-sahabatnya yang lain. 

Semasa hendak menerbitkan bukunya, mendiang meminta saya berusaha menghubungi Jen. Datok Kitti Ratanachaya dan Jen. Chamlong Kunsong. Di masa bersama mendiang, saya sebagai seorang anggota tentera, apa yang saya nampak dan rasakan, yang nombor satu ialah mendiang adalah seorang anggota tentera yang ulung dan terpuji. Di dunia ini tidak ada sesiapapun yang mampu mempertahankan perjuangan selama 50 tahun. Dan selama 50 tahun ini, maktab-maktab tentera di Australia dan negara-negara lain, tak putus-putus mempelajari cara perjuangan mendiang. Mereka menjemput mendiang memberikan kuliah di maktab tentera mereka. Saya berkata demikian kerana saya pun pernah menempuhi kancah perang.

Yang kedua, sebagai seorang pemimpin, mendiang mencurahkan perhatian, kasih-sayang dan kesetiaan kepada bawahannya. Mendiang berkata kepada saya: “Pisan mari bawa kami pergi. Saya mahu melawat anak buah saya. Apa yang kami perolehi dari parti, tidak boleh disalahgunakan walau satu sen pun. Semuanya harus dikembalikan kepada mereka. Sila bawa kami pergi.” Maka saya pun membawa mendiang pergi. Inilah watak seorang pemimpin yang sentiasa memperhatikan bawahannya.

Yang ketiga, apa yang saya rasakan, mendiang adalah seorang manusia yang penuh budi pekerti, berbelas kasihan dan mesra, adalah seorang anggota tentera yang berhati kasih-sayang. Dan ini adalah idaman setiap anggota tentera di dunia ini. Mendiang adalah seorang anggota tentera berhati belas kasihan yang patut dihormati dan dipercayai oleh setiap manusia. Mendiang adalah hero kita, adalah hero dihati saya dan keluarga saya.

 Akhirnya, Jen. Datok Kitti Ratanachaya dalam ucapannya tadi ada menyebut bahawa mendiang telahpun mengisytiharkan kesetiaannya kepada DYMM Seri Paduka Baginda Yang di Pertuan Agong Malaysia. Manakala terhadap Negara di Raja Thailand, tanah tempat mendiang bertumpang hidup, mendiang juga sangat-sangat menghormati pihak istana. Mendiang telah mencampuri dengan sepenuh hati setiap hal-ehwal yang berkaitan dengan DYAM Puteri Chulabhorn, DYAM Puteri Maha Chakri Sirindhorn dan DYMM Permaisuri Sirikit Thailand. Mendiang bahkan bersama-sama saya setiap hari menghadiri upacara pengebumian mendiang DYMM Bonda Raja (Somdet Ya ataupun the Royal Grandmother) di istana. Mendiang adalah contoh tauladan yang menghormati tempat bermastautin, biar di mana pun. Dan sekali lagi akhirnya, pada saat-saat terakhir ini, saya telah menceritakan cerita mendiang. 

Saudara-saudari para hadirin semuanya telah berbuat dengan amat baik. Kita tidak pernah menganggap kesemua ini sebagai politik. Kita berpendapat bahawa semua orang memiliki jiwa yang berbelas kasihan, semua orang memiliki hati kasih sayang. Kita tidak pernah memikirkan apa-apa kaitan dengan politik. Baik terhadap personil-personil Parti Komunis Thailand yang berdamai di bawah Polisi 66/23 yang diumumkan oleh Jen. Chaovalit Yongchaiyuth dulu, ataupun terhadap anak buah-anak buah mendiang (Chen Ping), bahkan terhadap apa yang dikatakan sebagai anasir pengganas Thai Selatan, kita sentiasa berkata bahawa kita adalah adik-beradik sedarah-sedaging. Dan semua nyawa yang hidup di tanah bumi ini adalah adik-beradik sedarah-sedaging kita.

(diterjemah berdasarkan rekaman video di Kuil Wat That Thong, Bangkok pada 23-9-2013






讪上将 我代表各位兄弟发言,之所以说代表大家发言,因为20年来他都住在我家里,户口也落在我家里,因此我和他就像一家人一般。今天我为陈平及其家属感到欣慰 为我常常听到他多次提到的人,第一位是查瓦立永猜裕上将;第二位是吉迪拉达那查亚上将;第三位 巴域翁素挽上将;第四位是詹隆坤宋上将。20年以来陈平始终记着这四位将军 他住在我家里,就像我孩子的爷爷,像我孙子的曾祖父。他反反复复说过,尽管目前只能做到这程度,他自豪已经尽最大的努力了。今天很高兴见到我和他相处20 年来一直提到的4位将军。他称赞查瓦立永猜裕上将,请我带他去拜会阁下,查瓦立将军也像对待自己人一样给与各种帮助和关怀。在出版他的著作时,他让 尽力联系吉迪上将,詹隆上将 在和他相处的日子里,我看到感觉到的是,做为一名军人,首先他是军人优秀的榜样,在世界上没有谁能够坚持50年的斗争。50年来澳大利亚和几个国家的军 院校都在研究他的斗争方式,邀请他去外军院校当教员讲学。我自己也经历过战争 第二点,做为领袖,他关怀、热爱、忠诚对待他的部下,他说讪带我们去,去关照我的部下,我们从党内得到的一切,一士丁也不能拿,要还给他们,请带我们 去吧。我就带他去了,这就是领袖时刻关怀部下的品质 第三点:我看到他是一位富有慈祥、仁爱、温和的人,是具有慈爱心的军人,是这世界上军人铭记的榜样,是充满了爱心值得每个人敬仰和坚信的军人。我和他相处 我敬佩他,他是我们的英雄,也是我和我家庭心中的英雄。 最后我听吉迪将军说他已经表示效忠马来西亚最高元首了,而对于泰国,他居住在泰王国,他也万分地效忠于皇室,无论是朱拉蓬公主,诗里通公主,泰国诗丽吉 后的任何事务他都全心全意参与,甚至每天和我一起去皇宫参加皇太后的葬礼。这是位无论生活在哪片土地上就以那里为家的榜样 最后我要说的是,在这最后的时刻,我述说他的事迹,在座的每位兄弟做得很好,我们从未想到这是政治,我们认为每个人都有同样仁慈的生命,所有人都有仁爱 心,我们不会想到任何与政治的关联 论是对待查瓦立上将颁布66/23政策的泰共人员还是对待他(陈平)的部下,甚至连被冠名为泰南的恐怖分子,我们向大家表明我们都是血肉相连的兄弟, 这片土地上的每条生命都是我们的血肉兄弟
(根据923日大金寺Wat That Thong VCD现场录音译作


พล เอก พิศาล วันขึ้นมากล่าวแทนญาติพี่น้องพวกเราทุกคน สาเหตุใช้คำว่ามากล่าวแทนญาติพี่น้องที่เคารพในที่นี้ก็เพราะว่าชีวิตยี่สิบ ปีของท่านและกระผมอยู่ด้วยกันที่บ้านกระผมเอง ทะเบียนบ้านก็อยู่ในบ้านของกระผม เพราะฉะนั้นกระผมเสมือนหนึ่งว่าเป็นญาติ วันนี้เป็นวันที่ผมดีใจแทนญาติและท่านจินเปง เพราะบุคคลที่ท่านได้กล่าวให้ผมฟังตลอดเวลา และบอกผมด้วย ท่านแรกคือท่านพลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ และท่านที่สองพลเอก กิตติ รัตนฉายา ท่านที่สามพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ และท่านที่สี่พลเอก จำลอง คุณสงค์ สี่ท่านนี้คือสี่ท่านที่ในหัวใจท่านจินเปงตลอดระยะเวลายี่สิบปีที่ผ่านมา ที่ท่านอยู่ในบ้านผมเสมือนเป็นปู่ของลูกผม เสมือนเป็นทวดของหลานผม ท่านได้กล่าวหลายสิ่งหลายอย่างว่าวันนี้ถึงแม้ว่า ท่านทำได้เพียงเท่านี้ ท่านก็ภูมิใจแล้วว่าท่านพยายามทำอย่างดีที่สุดแล้ว วันนี้ผมจะดีใจเหลือเกินที่ท่านสี่ท่าน ที่ผมเคยได้ยินได้ฟังมาโดยตลอดระยะเวลายี่สิบปีที่เราอยู่ด้วยกัน ไม่ว่าเป็นท่านพลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ที่ท่านมีความชื่นชม เคยขอร้องให้ผมพาเข้าไปพบพณท่านพลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ และท่านก็ได้ให้ความเป็นกันเอง ได้ให้ความช่วยเหลือทุกอย่างด้วยความเป็นห่วงเป็นใยลูกน้องของท่าน ท่านได้ให้ผมได้พยายามติดต่อทั้งท่านพลเอก กิตติ รัตนฉายา ในเรื่องการทำหนังสือ ได้พยายามทั้งการติดต่อท่านพลเอก และท่านพลเอก จำลอง คุณสงค์ เราอยู่ด้วยกันกับท่านมานั้น สิ่งที่ผมได้มีโอกาสเห็นมีโอกาสรู้ก็คือ ในฐานะที่ผมเป็นทหาร ประการแรก สิ่งที่ได้จากท่านคือเยี่ยงอย่างที่ยอดเยี่ยมของความเป็นทหาร ไม่มีผู้ได้จะเสมอเหมือนคนหนึ่งของโลกใบนี้ 50ปีในการต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว เป็น 50ปีที่โรงเรียนทางทหารของออสเตรเลียและหลายๆประเทศได้นำเอาวิธีการของท่าน ไปศึกษา ได้ขอให้ท่านไปเป็นอาจารย์สอนในวิทยาลัยทางการทหารต่างๆในประเทศต่างๆ ผมเองถึงแม้ว่าส่วนหนึ่งจะผ่านชีวิตการรบมาพอสมควรเหมือนกัน ประการที่สองในความเป็นผู้นำ ท่านมีความห่วงใย มีความรัก มีความซื่อสัตย์ต่อพี่น้องทุกๆคนของท่าน ทุกอย่างท่านบอกว่า พิศาลพาเราไป เราจะไปดูแลพี่น้องเรา ส่วนต่างๆที่เราได้รับมาจากพรรคนั้น สลึงเดียวเราก็เอาไปไม่ได้ เราต้องไปคืนลูกน้องเรา ช่วยพาเราไปผมก็พาท่านไป นี่คือความเป็นผู้นำที่มีความห่วงใยลูกน้องอยู่ตลอดเวลา ประการที่สามคือ การเป็นผู้มีเมตตา เป็นผู้มีกรุณา มีความสุขุม ท่านมีแต่เมตตาตลอดเวลาเท่าที่ผมเห็น เป็นนักรบที่เปี่ยมไปด้วยเมตตา นั้นคือตัวอย่างที่ของนักรบที่นักรบในโลกนี้ควรจะจดจำ และนักรบเปี่ยมไปด้วยเมตตาจึงเป็นที่ศรัทธา เป็นที่ยึดมั่นของทุกๆคน ทุกคนรักท่าน ผมเองอยู่กับท่านมาผมก็รักท่าน ท่านเป็นวีรบุรุษของพวกเรา และก็เป็นวีรบุรุษในใจของผมและครอบครัวผมด้วย สุดท้ายสิ่งที่ผมเห็นนอกจากท่านพลเอก กิตติ รัตนฉายา กล่าวไว้ว่าท่านได้ปฏิญาณต่อพระราชาธิบดีมาเลเซีย ในส่วนของประเทศไทยนั้นในฐานะท่านอยู่ในพระบรมโพธิสมภารของประเทศไทยนั้น ท่านมีความจงรักภักดีต่อสถาบันอย่างยิ่งและอย่างสูงที่สุด ไม่ว่ากิจการใดของสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ไม่ว่ากิจการใดของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ไม่ว่าจะกิจการขององค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ท่านไปทุกที่ ท่านไปทุกแห่ง ไปด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยม แม้ขนาดงานสวดสมเด็จย่าท่านไปกับผมเกือบทุกวันที่พระราชวัง นี่คือคนที่ควรเอาเยี่ยงอย่างไม่ว่าจะอยู่บนผืนแผ่นดินไหน แผ่นดินผืนนั้นคือบ้านของท่าน สิ่งมี่ผมอยากจะกราบเรียนว่า ในวาระสุดท้ายนี้ ท่านที่ผมได้กล่าวมาถึง พี่น้องที่นั่งอยู่ในที่นี้ทุกคนได้ทำดีที่สุดแล้ว เราไม่เคยคิดว่าตรงนี้คือการเมือง เราคิดเหมือนกันทุกคนคือคนที่มีชีวิตจิตใจเหมือนกันทุกคน ทุกผู้ทุกนามคือบุคคลที่เปี่ยมไปด้วยความมีชีวิตจิตใจ เราไม่เคยจะไปมองการเมืองใดๆ เราประพฤติกับทุกๆคน ไม่ว่าท่านพลเอก ชวลิต ท่านทำนโยบาย 66/23 กับพี่น้องผู้ก่อการร้ายพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย กับคณะพี่น้องของพวกท่านก็คือเลือดเนื้อของพวกเราและก็กับทุกคนแม้กระทั่ง ผู้ที่ถูกขนานนามว่าผู้ก่อการร้ายในภาคใต้ ทุกชีวิตบนผืนแผ่นดินนี้คือเลือดเนื้อเดียวกัน

Categories

Pengikut